home about us contact us advertising rate admin login sitemap

หมายเลขประกาศ : 0000000104

หัวข้อประกาศ : นักวิจัย ม.อ.พบแคลเซียมในกะปิช่วยชะลอฟันสึกกร่อน
รายละเอียด :           
นักวิชาการ ม.อ. วิจัยพบแคลเซียมในกะปิ ช่วยชะลอการสึกกร่อนของเคลือบฟัน เมื่อใช้ในการปรุงร่วมกับอาหารรสเปรี้ยวที่อุณหภูมิสูง หลังกะปิทำปฎิกริยากับความร้อน เร่งให้เกิดแคลเซียมอิ่มตัว ลดการสลายตัวของแคลเซียมในเคลือบฟันไม่ให้สลายตัวออกมา พร้อมแนะอย่าแปรงฟันทันทีหลังทานของเปรี้ยว เสี่ยงฟันสึกกร่อนเร็ว

แคลเซียมในกะปิ ช่วยชะลอการสึกกร่อนของเคลือบฟัน
       ศาสตราจารย์เกียรติคุณ พจนรรถ เบญจกุล ภาควิชาทันตกรรมประดิษฐ์ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เปิดเผยว่า จากการตั้งข้อสังเกตการรักษาผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาที่คณะทันตแพทยศาสตร์ ม.อ. ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่ภาคใต้พบว่า อาหารของคนภาคใต้มีส่วนทำให้ฟันสึกกร่อนมากเมื่อเทียบกับในภาคอื่น เพราะพฤติกรรมการทานอาหารที่นิยมรสเปรี้ยว ส่งผลโดยตรงกับภาวะฟันสึกกร่อน
       
       จากข้อสังเกตดังกล่าว ทางคณะผู้วิจัยจึงได้นำแกงส้ม ซึ่งเป็นอาหารพื้นเมืองของภาคใต้ มาทำการทดสอบ ปรากฏว่า แม้ว่ารสชาติของอาหารจะเปรี้ยวจัด แต่เมื่อปรุงด้วยความร้อนสูง กลับพบการสึกกร่อนของฟันลดลง ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้ว่า วัตถุดิบที่นำมาปรุงในแกงส้มเมื่อได้รับความร้อนจากการปรุงอาหาร อาจจะมีส่วนช่วยในการลดการสึกกร่อนของฟันได้ จึงได้นำวัตถุดิบที่ใช้ในการปรุงอาหารมาทดสอบ จนพบว่า กะปิที่นำมาใช้ปรุงอาหาร เมื่อได้รับความร้อนสูง จะเกิดปฎิกริยาของสารแคลเซียมที่อยู่ในกะปิ ที่สามารถช่วยชะลอการสึกกร่อนของเคลือบฟันที่เกิดจากการทำปฏิกิริยากับกรดในอาหารซึ่งเป็นสาเหตุของฟันสึกกร่อน
       
       “งานวิจัยชิ้นนี้ มาจากการตั้งข้อสังเกตของผู้ป่วยที่มารักษาฟันที่โรงพยาบาล ม.อ. แล้วพบว่า มีการสึกกร่อนของฟันมากกว่าคนในภาคอื่นๆ จึงตั้งสมมติฐานว่า น่าจะมาจากพฤติกรรมชอบรับประทานอาหารรสเปรี้ยว โดยเฉพาะแกงส้มที่เป็นอาหารพื้นบ้าน จึงได้นำวัตถุดิบที่ใช้มาทดสอบในอุณหภูมิสูง จนทราบว่า กะปิจะปล่อยสารแคลเซียมเมื่อได้รับปฏิกิริยาความร้อน หากนำกะปิมาเป็นส่วนประกอบในอาหารรสเปรี้ยว เมื่อทำให้อาหารมีความร้อนสูงขึ้น ก็ยิ่งช่วยลดการสึกกร่อนของเคลือบฟันได้” ศาสตราจารย์เกียรติคุณ พจนรรถ กล่าว

ศาสตราจารย์เกียรติคุณพจนรรถ เบญจกุล และ นางจรรยา ชื่นอารมณ์ นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการ ภาควิชาทันตกรรมประดิษฐ์ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
       ด้านจรรยา ชื่นอารมณ์ นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการ ภาควิชาทันตกรรมประดิษฐ์ คณะทันตแพทยศาสตร์ ม.อ. หนึ่งในคณะผู้วิจัย กล่าวถึงขั้นตอนการทดสอบว่า ได้ใช้สารละลายที่มีส่วนผสมของน้ำมะขามเป็นตัวแทนของอาหารรสเปรี้ยวกับกะปิ โดยแบ่งสารละลายออกเป็น 4 ส่วน
       
       ส่วนแรก มีน้ำมะขามอย่างเดียว ส่วนที่ 2 น้ำมะขามใส่กะปิครึ่งหนึ่งของที่ใช้ใส่ในแกงส้มปกติ ส่วนที่ 3 น้ำมะขามใส่กะปิเท่ากับที่ใช้ใส่ในแกงส้มปกติ และ ส่วนที่ 4 น้ำมะขามใส่กะปิสองเท่าของที่ใช้ใส่ในแกงส้มปกติ และได้นำฟันจริงแช่ลงในสารละลาย วันละ 15 นาที ทำซ้ำเป็นเวลา 29 วัน พบว่ามีการสึกที่ต่างกันคือ ในสารละลายส่วนแรก ฟันสึกกร่อน 122 ไมครอน ส่วนที่ 2 ฟันสึกกร่อน 99 ไมครอน ส่วนที่ 3 ฟันสึกกร่อน 79 ไมครอน และ ส่วนที่ 4 ฟันสึกกร่อนเพียง 46 ไมครอนเท่านั้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ปริมาณกะปิที่นำมาใช้ทดสอบมีส่วนสำคัญที่ช่วยลดการสึกกร่อนของเคลือบฟันได้
       

       ทั้งนี้ ผู้วิจัยยังได้แนะนำผู้ชอบรับประทานอาหารรสเปรี้ยวว่า ถ้าแปรงฟันทันทีหลังกินของเปรี้ยวจะเร่งให้เนื้อฟันยุ่ยเพราะการสัมผัสกับกรด จะทำให้สารเคลือบฟันหลุดออกไปง่ายยิ่งขึ้น ดังนั้น หลังจากทานของเปรี้ยวจึงควรบ้วนปากด้วยน้ำเปล่าหรือน้ำยาฟลูออไรด์ และรอให้เวลาผ่านไปอย่างน้อย 1 ชั่วโมง จึงแปรงฟัน ซึ่งจะช่วยไม่ให้ฟันสึกกร่อนเร็วเกินไป
 
ชื่อผู้ลงประกาศ : Mr.IC
IP Address : 203.195.108.144
อีเมล์ : thejnai@hotmail.com
เวปไซต์ : http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9530000022390

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ตอบกระทู้
ผู้ตอบกระทู้
ข้อความ
CODE:B4F42 * CODE ที่ท่านเห็น
 
   

 

Copyright @ 2007 by industrychannel.com