home about us contact us advertising rate admin login sitemap

หมายเลขประกาศ : 0000000218

หัวข้อประกาศ : เผยโฉม "เครื่องกระตุ้นกล้ามเนื้อฯ" นวัตกรรมสุดล้ำนศ. ม.มหิดล
รายละเอียด :           นักวิจัยรุ่นเยาว์ ภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์รั้วมหิดล โชว์ไอเดียสุดสะดวก ออกแบบเครื่องกระตุ้นกล้ามเนื้อด้วยไฟฟ้าช่วยผู้ป่วยสภาวะปลายเท้าตก ให้สามารถรักษาโรคได้อย่างมีคุณภาพ โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เขียนขึ้นเองในการตั้งค่าการทำงานของเครื่องกระตุ้นฯ
       
       "สภาวะปลายเท้าตก" เป็นกลุ่มอาการที่กล้ามเนื้อส่วนควบคุมการกระดกเท้าไม่ทำงาน ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มาจากปัญหาทางระบบประสาท จากสถิติพบว่า มีผู้ป่วยกว่า 4 แสนรายกำลังประสบกับสภาวะดังกล่าว ทำให้นักศึกษากลุ่มหนึ่งของสาขาวิศวกรรมชีวการแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.มหิดล ได้ออกแบบ "เครื่องกระตุ้นกล้ามเนื้อด้วยไฟฟ้า" ขึ้นมาตอบโจทย์ และเป็นตัวช่วยอีกตัวหนึ่งที่จะสามารถรักษาผู้ป่วยสภาวะปลายเท้าตกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
       
       เจ้าของผลงานอย่าง นายจริวัฒน์ จิตประสูตวิทย์, นายอภิวันท์ ตรังค์ตระกูล และนายรติกร ชัยวัฒนธรรม ได้คิดค้นเครื่องกระตุ้นฯดังกล่าวขึ้น เนื่องจากเห็นว่าเป็นวิธีที่สามารถรักษาผู้ป่วยได้ดีที่สุด แทนการรักษาโดยการผ่าตัดเปลี่ยนเอนยึดกระดูก และการใช้เผือกอ่อน บวกกับพบว่าเครื่องมือชนิดนี้ หากนำเข้าจากต่างประเทศจะต้องใช้งบประมาณถึงหลักแสนบาท จึงยังไม่มีใช้ในประเทศไทย ทางกลุ่มจึงสนใจที่จะผลิตอุปกรณ์นี้ขึ้นมาในต้นทุนที่มีราคาต่ำกว่า
       
       "โก้" จริวัฒน์ จิตประสูตวิทย์  นักศึกษาชั้นปีที่4 ตัวแทนกลุ่มเล่าว่า ทางทีมเห็นว่าปัจจุบันคนไทยมีความเสี่ยงในการเกิดเส้นเลือดในสมองตีบหรือแตกมากขึ้น โดยทั่วไปจะสามารถรักษาให้หายได้ แต่ในกรณีที่รักษาไม่ทัน คนไข้จะเข้าสู่อาการอัมพฤกษ์หรืออัมพาต กล้ามเนื้ออ่อนแรงใช้การไม่ได้เพราะสมองในการควบคุมกล้ามเนื้อถูกทำลายไป โดยทั่วไปก็ต้องเข้ารับการกายภาพบำบัด แต่การกายภาพนั้นสามารถกระตุ้นกล้ามเนื้อส่วนใหญ่ได้เท่านั้น แต่กล้ามเนื้อส่วนปลาย อย่างมือและเท้า ไม่สามารถฟื้นฟูได้เร็วเหมือนส่วนอื่นๆ
       
       "ปกติการใช้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆจะถูกควบคุมด้วยระบบประสาทส่วนกลางของสมอง ถ้าสมองเกิดความเสียหาย ก็ทำให้การควบคุมกล้ามเนื้อลดลงไป อาจเกิดจากอุบัติเหตุบ้าง ความเครียดบ้าง แต่ปัจจัยที่พบได้ส่วนใหญ่คือเส้นเลือดในสมองตีบหรือแตกจากภาวะความเครียด ซึ่งปัจจุบันคนเรามีความเครียดมากขึ้น เพิ่มความเสี่ยงมากขึ้น พบว่ามีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทุกปี และโรคนี้ก็เป็นโรคที่ค่อนข้างเกิดขึ้นได้แบบเฉียบพลัน ตอนนี้คนไทยเป็นโรคนี้มากถึง 9 แสนคน" โก้ อธิบาย
       
       โก้ เล่าต่อว่า กล้ามเนื้อปลายแขนปลายขาจะฟื้นฟูขึ้นมายากมาก เพราะเป็นระยางปลายที่มีกล้ามเนื้อค่อนข้างเล็ก ทำให้กายภาพบำบัดยาก คนป่วยก็จะเข้าสู่สภาวะปลายเท้าตกกันเยอะ แล้วจะเดินไปไหนมาไหนเองไม่ได้ต้องอยู่ในโรงพยาบาลหรือที่บ้าน ทางกลุ่มจึงมีแนวจคิดอยากทำให้ผู้ป่วยจำนวนนี้สามารถเดินเองได้ง่ายขึ้น การรักษาผู้ป่วยโดยใช้เครื่องกระตุ้นฯ จึงเป็นการเพิ่มทางเลือกในการรักษาสภาวะปลายเท้าตกแบบใหม่ในประเทศไทย ซึ่งน่าจะเป็นทางเลือกในการรักษาที่ดี
       
       "ในปัจจุบัน เมืองนอกเขาก็มีอุปกรณ์แบบนี้ในราคาหลักแสนบาท ซึ่งแพงมาก เมืองไทยไม่ได้นำเข้ามาใช้ เราก็คิดว่าจะพัฒนาอุปกรณ์แบบนี้ขึ้นมาใช้กับผู้ป่วยไทย ในราลดลง 10 เท่าเหลือเป็นหลักหมื่น ก็จะลดการนำเข้า เงินก็หมุนเวียนในประเทศ พัฒนาให้เกิดเครื่องมือเครื่องใช้ในประเทศได้เองไม่ต้องพึ่งฝีมือต่างชาติ ซึ่งเครื่องมือเรานำไปทดสอบกับผู้ป่วยจริงแล้ว พบว่าใช้ได้ผลดี จากการทดสอบกับผู้ป่วยที่มีสภาวะปลายเท้าตกข้างเดียว จากเดิมที่ผู้ป่วยต้องเดินลากเท้าข้างที่อ่อนแรงไปกับพื้น แต่เมื่อใช้เครื่องกระตุ้นฯ ผู้ป่วยสามารถกระดกปลายเท้าขึ้นเองได้ในขณะเดิน" โก้ เสริม
       
       โก้ อธิบายว่า ทีมได้คิดอุปกรณ์ขึ้นทั้งระบบ มีตัวฮาร์ดแวร์และซอฟแวร์ โดยซอฟแวร์ทีมได้เขียนโปรแกรมให้ง่ายต่อการตอบสนองกับเครื่องกระตุ้นฯ และง่ายต่อการตั้งค่าแรงกระตุ้นไฟฟ้าให้กับตัวเครื่อง โดยนักกายภาพบำบัดสามารถเซตค่าเองได้และนำเครื่องกระตุ้นไปทดลองใช้กับคนไข้จริง และจากการวิจัยพบว่า ค่าที่ต้องเซตให้เหมาะสม คือ ใช้ไฟฟ้า 80 โวลท์ เพื่อส่งกระแสไฟฟ้าปริมาณน้อย (ต่ำกว่า 30 มิลลิแอมป์) ทะลุผิวหนังถึงกล้ามเนื้อได้ โดยที่สัญญาณไฟฟ้าจะถูกส่งไปอย่างต่อเนื่อง ส่วนเครื่องกระตุ้นถูกออกแบบให้มีขนาดเล็ก ราคาถูก แต่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้การใช้เครื่องกระตุ้นฯจะได้ผลช้า- เร็วขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของผู้ป่วยด้วย
       
       "ตัวเครื่องกระตุ้นฯออกแบบให้มีขนาดเล็ก ซึ่งจะบรรจุอยู่ในแถบผ้าที่จะนำไปพันกับขาผู้ป่วย โดยจะมีการจดจำระดับความอ่อนแรงของกล้ามเนื้อคนไข้ก่อน จากนั้นก็จะนำเครื่องไปติดไว้กับขาของคนไข้ โดยตัวเครื่องสามารถชาร์จแบตเตอร์รี่ผ่านสายUSB ได้ มีอายุการใช้งานประมาณ 2 วัน คนไข้เดินได้ทั้งวันโดยแบตไม่หมด หรือสามารถชาร์ตแบตได้บ่อยตามต้องการ จากผลงานวิจัยของต่างประเทศพบว่า การใช้เครื่องกระตุ้นฯทำให้คนไข้กลับมาเดินเป็นปกติได้รวดเร็วกว่าการรักษาด้วยวิธีอื่น" โก้ เล่าเพิ่มเติม
       
       โก้และสมาชิกในทีม ยังทิ้งท้ายว่า โปรเจคที่ทำขึ้นนี้เป็นเพียงการวิจัยในห้องแล็ป และมีการทดลอง การผลิต รวมระยะเวลา 1 ปี ก็สามารถทำอกอมาได้ระดับหนึ่ง การจะผลิตเพื่อใช้งานจริงในวงกว้างก็ต้องขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องด้วยว่าจะเข้ามาสนับสนุนนวัตกรรมด้านนี้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งต้องใช้งบประมาณที่สูง ถ้าไม่มีผู้ใหญ่เข้ามาสนับสนุนก็พัฒนาไปได้ยาก ในอนาคตคาดหวังว่ารุ่นน้องอาจจะนำอุปกรณ์ชิ้นนี้ไปพัฒนาหรือต่อยอดให้มากขึ้น
       
       ** ทีมเคยได้รับรางวัลมาแล้วถึง 2 เวที คือ NSC13 National Software Contest 2011: ชนะเลิศโปรแกรมเพื่อช่วยคนพิการ และเวที IEEE Senior Project Contest 2011 : รางวัลชนะเลิศด้านอิเล็กทรอนิกส์

 
ชื่อผู้ลงประกาศ : Mr.IC
IP Address : 203.195.108.141
อีเมล์ : thejnai@hotmail.com
เวปไซต์ : http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9540000026784

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ตอบกระทู้
ผู้ตอบกระทู้
ข้อความ
CODE:369DB * CODE ที่ท่านเห็น
 
   

 

Copyright @ 2007 by industrychannel.com