home about us contact us advertising rate admin login sitemap

หมายเลขประกาศ : 0000000258

หัวข้อประกาศ : มหัศจรรย์หัวเชื้อรา! ช่วยโกงกาง-แสมทะเลอยู่คู่ป่าชายเลน
รายละเอียด :           
นับเนื่องจากการถูกบุกรุกของป่าชายเลน ไม่ว่าจะเป็นการบุกรุกเพื่อทำประโยชน์จากการทำนาเกลือ นากุ้ง การประมง ซึ่งทำให้ปริมาณป่าชายเลนลดน้อยลง ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในวงกว้าง ปัจจุบันมีผู้ตื่นตัวกับปัญหานี้มากขึ้น หลายภาคส่วนตระหนักถึงปัญหานี้และเข้ามาช่วยกันพื้นฟูป่าชายเลนที่ถูกทำลาย ด้วยการนำพันธุ์ไม้ชายเลน อย่างต้นโกงกาง ต้นแสม และต้นตาตุ่ม มาปลูกทดแทน
       
       และด้วยจิตสำนึกที่ต้องการจะฟื้นฟูป่าชายเลนที่ถูกบุกรุก และเสื่อมโทรมไปให้กลับมาเป็นป่าชายเลนที่สมบูรณ์อีกครั้ง นอกจากจะนำเอาพันธุ์ไม้ป่าชายเลนลงไปปลูกแล้ว นายสมพล มีพ่วง นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ยังได้คิดค้นหาวิธีที่จะทำให้ไม้ป่าชายเลนเติบโตได้ดีและเจริญเร็วยิ่งขึ้นด้วยการนำเอาเชื้อราปฏิปักษ์ Trichoderma ssp.มาใช้ในการชักนำการเจริญเติบโตของต้นไม้ป่าชายเลน โดยได้ทดลองใช้กับต้นโกงกางใบเล็กและต้นแสมทะเล
       
       นายสมพล มีพ่วง นักศึกษาป.โท สาขาชีววิทยาประยุกต์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มทร.ธัญบุรี เปิดเผยว่า โครงการนี้เป็นการนำเอาเชื้อรา Trichoderma ssp. มาผสมกับดินเลนทั้งในแบบสูตรน้ำและสูตรที่ใส่เชื้อราที่ต้นโดยตรง แล้วนำมาวิเคราะห์ว่า เชื้อรา Trichoderma ssp. มีความสามารถในการส่งเสริมการเจริญเติบโตของต้นโกงกางใบเล็ก และต้นแสมทะเล ได้ดีกว่าต้นที่ไม่ใส่เชื้อหรือไม่ วัตถุประสงก็เพื่อนำผลที่ได้ไปใช้ในการฟื้นฟูป่าชายเลนให้สมบูรณ์ดังเดิม เพื่อส่งผลให้ระบบนิเวศโดยรวมอยู่ในสภาวะสมดุลธรรมชาติ และเมื่อป่าสมบูรณ์ก็จะสามารถลดปัญหาโลกร้อนได้
       
       "หลังจากได้ลงพื้นที่ปลูก และทดสอบการใช้เชื้อราปฏิปักษ์ Trichoderma ชนิดสด ในการเพาะกล้าไม้โกงกางและแสมทะเล กับสูตรหัวเชื้อ สามสูตรด้วยกันคือ สูตรหัวเชื้อปฏิปักษ์ T.viride สูตรหัวเชื้อปฏิปักษ์ T.hazianum และสูตรหัวเชื้อปฏิปักษ์ T.hamatum นั้น จากการทดลองพบว่า ไม่ว่าจะเป็นกล้าไม้โกงกางใบเล็ก กล้าไม้โกงกางใบใหญ่ หรือว่ากล้าไม้แสมทะเล ต่างก็เจริญเติบโตได้ดีที่สุดกับสูตรหัวเชื้อปฏิปักษ์ T.viride ส่วนอัตราเฉลี่ยความสูงของโกงกางใบเล็กเท่ากับ 54.60, โกงกางใบใหญ่เท่ากับ79.65 เซนติเมตร และไม้แสมเท่ากับ 55.57 เซนติเมตร"
       
       สูตรหัวเชื้อนั้น สมพงได้เล่าเพิ่มเติมว่า สูตรที่ใช่ในการทดลองจะทำสองสูตรคือ สูตรหัวเชื้อราปฏิปักษ์จากเมล็ดข้าวฟ่าง ซึ่งมีวิธีการทำง่ายๆดังนี้คือ 1.ต้มน้ำพอเดือด ใส่เมล็ดข้าวฟ่างที่แช่น้ำนาน 12 ชั่วโมงลงไป จากนั้นต้มจนเปลือกข้าวฟ่างเริ่มแตก แล้วกรองเมล็ดข้าวฟ่างให้สะเด็ดน้ำ ทิ้งไว้สักครู่ แล้วบรรจุลงขวดดูแรน 2.นำเมล็ดข้าวฟ่างไปนึ่งฆ่าเชื้อที่ 121 องศาเซลเซียส นานประมาณ 15 นาที วางทิ้งไว้ให้เย็น 3.สุ่มเชื้อราปฏิปักษ์ที่เลี้ยงบนอาหาร PDA อายุ 7 วัน จำนวน 3 ชนิด ได้แก่ T.hazianum,T.virideและT.Hamatum วางบนผิวหน้าเมล็ดข้าวฟ่าง บ่มที่อุณหภูมิห้องในที่มืด นาน 7 วัน สำหรับใช้ในการต่อเชื้อราปฏิปักษ์จากวัสดุเหลือใช้ขี้เลื่อยต่อไป
       
       "ส่วนสูตรหัวเชื้อราปฏิปักษ์จากวัสดุเหลือใช้ขี้เลื่อย มีขั้นตอนคือ นำขี้เลื่อย(50กรัม) ปูนขาว(1.25กรัม) ดีเกลือ(0.5กรัม) คลุกเคล้าให้เข้ากับน้ำปริมาตร 80 มิลลิกรัม บรรจุถุงพลาสติกพร้อมใส่คอขวดและอุดจุกปิดด้วยกระดาษ รัดด้วยหนังยางให้แน่น จากนั้นนำไปฆ่าเชื้อที่ 121 องศาเซลเซียส นาน20 นาที วางทิ้งไว้ให้เย็น หลังจากนั้นนำหัวเชื้อราปฏิปักษ์จากเมล็ดข้าวฟ่าง ใส่ลงไปในก้อนหัวเชื้อจำนวน 10-20 เมล็ดต่อถุงในสภาพที่ปราศจากการปนเปื้อนเชื้อ ปิดฝาถุงขี้เลื่อยให้เรียบร้อย แล้วนำไปวางเรียงบนโต๊ะหรือชั้นวางที่เช็ดแอลกอฮอล์ 70% เรียบร้อยแล้ว"
       
       สมพง บอกอีกว่า ส่วนขั้นตอนต่อมาคือ บ่มที่อุณหภูมิห้องทุกๆ 3 วัน ทำการเขย่าก้อนขี้เลื่อย เพื่อคลุกเคล้าเชื้อราปฏิปักษ์ที่อยู่ด้านบนให้ผสมกับขี้เลื่อยในถุงอย่างทั่วถึง จากนั้น บ่มหัวเชื้อราปฏิปักษ์นาน 14 วัน สำหรับนำไปใช้ในการทดสอบประสิทธิภาพการเจริญเติบโตของต้นกลาต่อไป สำหรับโครงการนี้นอกจากนายสมพล แล้ว ยังมี ผศ.ดร.สุกาญจน์ รัตนเลิศนุสรน์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาตลอดโครงการ
        
       หากสนใจหรือมีข้อสงสัยสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 089-7678569


 
ชื่อผู้ลงประกาศ : Mr.IC
IP Address : 203.195.108.141
อีเมล์ : thejnai@hotmail.com
เวปไซต์ : http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9540000086657

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ตอบกระทู้
ผู้ตอบกระทู้
ข้อความ
CODE:FB65F * CODE ที่ท่านเห็น
 
   

 

Copyright @ 2007 by industrychannel.com